ชีวิตคืออะไร?

ชีวิต คือสถานะที่แยกสิ่งมีชีวิตหรืออินทรีย์ออกจากสิ่งไม่มีชีวิตหรืออนินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว 

สิ่งมีชีวิตเติบโตผ่านกระบวนการสันดาป สืบพันธุ์ และการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม เช่นพืช สัตว์ เห็ดรา โพรทิสต์ อาร์เคีย และแบคทีเรีย
ซึ่งชีวิตเหล่านี้ คือเซลล์ที่มีส่วนผสมของน้ำและคาร์บอน ที่เรียบเรียงอย่างซับซ้อนตามข้อมูลของหน่วยพันธุกรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
ชีวิตเหล่านี้ คือหน่วยของพลังงาน ที่มีทั้งกายภาพและชีวภาพ มีระบบการจัดการที่เป็นลักษณะเฉพาะ มีกระบวนการสันดาบ คือมีกระบวนการสลาย และกระบวนการสร้างขึ้นมาใหม่ มีการสืบพันธุ์ เติบโต เคลื่อนไหว มีความรู้สึกตอบสนอง (Irritability) มีการปรับตัว และภาวะธำรงดุล
นี่คือความเป็นจริงของชีวิต

ชีวิตจะแบ่งออกไปได้เป็น 2 ส่วน

คือร่างกายกับจิตใจ ในส่วนของร่างกายนั้นผมจะไม่ขอกล่าวถึง เพราะเชื่อว่าทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว ชีวิตที่ผมจะกล่าวถึงคือชีวิตภายใน หรือจิตใจนั่นเอง
ชีวิต (ภายใน) ของเรามันคืออะไร? ชีวิตภายในของเรานั้นเป็นนามธรรม สัมผัสแตะต้องด้วยตาเปล่าไม่ได้ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น มีความสลับซับซ้อน บางท่านเรียกว่าวิญญาณ บางท่านเรียกว่าจิต บางท่านเรียกว่าใจ บางท่านเรียกว่าสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ หรือบางทีคุณอาจจะเรียกเขาว่าพระเจ้าไปเลยก็ได้
ใครจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่จริงๆ แล้ว ชีวิตของเราจริงๆ ก็คือความรู้สึกของเรา พูดให้เข้าใจง่ายๆ จิตวิญญาณของเราก็คือความคิด (กำกึด) ของเราทั้งหมดนั่นเอง
ชีวิตภายในนั้นมีความสำคัญมากเพราะจะควบคุมความเป็นไปทั้งหมดของร่างกาย ถ้าเป็นโทรศัพท์ก็จะเปรียบได้กับซอปแวร์ที่คอยควบคุมให้บอดีส่วนต่างๆ ของโทรศัพท์ทำงานได้ ถ้าซอปแวร์ของโทรศัพท์ได้รับความเสียหายจะทำให้โทรศัพท์ทำงานผิดเพี้ยน ถ้าชีวิตของเรามีความผิดปกติก็จะส่งผลต่อความเป็นไปของร่างกายอย่างมากมายมหาศาลเช่นกัน เราจึงมีหน้าที่ๆ จะเฝ้าดูแลชีวิตของเราให้ถูกวิธีเพื่อที่เราจะได้อาศัยอยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุขและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย
การดำรงค์อยู่ของชีวิตจะไม่แตกต่างไปจากร่างกาย หรือเครื่องยนต์กลไกอื่นๆ ที่เราผลิตขึ้นมา คือมีการเติมพลังงานเข้า นำไปใช้ และถ่ายเทสิ่งที่เป็นของเสียออกไปคือ
ร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์จะนำพลังงานเข้ามาใช้ทางปากโดยการกิน เครื่องยนต์เราจะเติมพลังงานเข้าไปที่ถังบรรจุน้ำมัน แต่ชีวิตของเราจะเติมพลังงานเข้าไปทางผัสสะ แตะต้อง ตกกระทบ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 6 คือ ทางตาโดยการมองเห็น ชีวิตจะกินพลังเสียงเข้ามาทางหูโดยการได้ยิน รับพลังงานกลิ่นต่างๆ เข้ามาทางจมูก รับรสสัมผัสเข้ามาทางลิ้น รับความรู้สึกร้อนรู้สึกหนาวเข้ามาทางผิวกาย ร้บการรับรู้เช่นตระหนักรู้ว่าลูกสอบตกเข้ามาทางใจ
ชีวิตจะเกิดดับๆ อยู่ตลอดเวลา ผันแปร มีธรรมชาติเป็นทุกข์ และไร้ตัวตน
การรัปประทานอาหารดีๆ เข้าไปหนึ่งมื้อจะทำให้ร่างกายของเราทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้หลายอย่างทีเดียวไม่ว่าจะเป็น ขุดดิน เผาถ่าน ดายหญ้า รดน้ำต้นไม้ เปลี่ยนกระถางกล้วยไม้ ออกแบบหอไอเฟล ประดิษฐ์หุ่นยนต์ หรือแม้แต่ผลิตดาวเทียมขึ้นมาสักดวง ในขณะเดียวกันชีวิตของเราก็ต้องได้รับพลังงาน ตกกระทบเช่นเคยเห็นการเผาถ่าน เคยเห็นหอไอเฟล หรือเคยมีประสบการณ์ผลิตดาวเทียมมาบ้างจึงจะควบคุมร่างกายให้มาผลิตดาวเทียมให้สำเร็จลงไปได้
หลังจากใช้พลังงานไปหมดแล้วก็จะเกิดของเสียที่ร่างกายจะต้องขับออกมาโดยการขับถ่าย เครื่องยนต์จะถ่ายเททิ้งออกมาทางท่อไอเสีย ชีวิตเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องถ่ายเททิ้งของเสียออกมาโดยการระบายเช่นเดียวกัน
ระบบระบายของชีวิตนั้นจะระบายออกได้โดยการพูด คิด เขียน การกระทำ การแสดงออกต่างๆ
เนื่องจากชีวิตเป็นหน่วยหนึ่งของพลังงาน ชีวิตจึงมีความเป็นอยู่ 3 สถานะคือบวกกับลบและความเป็นกลาง ซึ่งก็ไม่ได้แตก่างไปจากทุกสรรพสิ่งที่ก่อเกิดและดำเนินอยู่ในจักรวาลนี้

เครดิต:-

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้